ธนบัตรญี่ปุ่น

บนธนบัตรญี่ปุ่น

ธนบัตร 1000 เยน

ธนบัตรญี่ปุ่น

Dr. Hideyo Noguchi
นักวิจัยการแพทย์ทางวิชาบัคเตรี ชื่อดังระดับโลกคนหนึ่งของสมัย Meiji Hideyo (ชื่อนี้เป็นชื่อที่เขาตั้งใหม่ตอนหลัง ชื่ออันเดิมเป็น Seisaku) เกิดเมื่อปี พ.ศ.2419 ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัด Fukushima ตอนเขาอายุหนึ่งขวบครึ่ง เขาตกลงไปในเตาไฟแบบญี่ปุ่นที่มีอยู่ที่พื้น และโดนลวกสาหัสที่มือซ้ายซึ่งผิวหนังของมือเขาลอกละลาย และทำให้นิ้วของมือซ้ายเขาติดกันหมดจนใช้การไม่ได้อย่างคล้ายเป็นพิการ ครอบครัวเขาก็ยากจนมาก พ่อก็ไม่ทำงานกินแต่เหล้าที่บ้าน แต่ Seisaku เป็นเด็กเรียนเก่ง ครูที่โรงเรียนจึงรับภาระค่าเรียนให้หมด เพื่อนที่โรงเรียนก็สนับสนุนเขาให้อย่างดี

ตอนอายุ 15 ปี เพื่อน ๆ ของโรงเรียนช่วยกันบริจาคเงินที่จะรักษามือของ Seisaku ให้ได้โดยหมอชื่อดังคนหนึ่ง ซึ่งในที่สุดมือซ้ายของเขากลับมาใช้การได้อีก Seisaku ได้ประทับใจมากในผลงานของการแพทย์ที่รักษามือของตัวเองให้ได้ และตั้งใจว่าจะเป็นนายแพทย์ ซึ่งขอเริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยหมอคนที่รักษามือให้ และเรียนการแพทย์อย่างจริงจัง ตอนอายุ 21 ปี Seisaku ได้เข้าไปทำงานที่ศูนย์วิจัยโรกระบาด และเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น Hideyo เพื่อตั้งใจจะเป็นคนเยี่ยมระดับโลก (ชื่อว่า Hideyo มีความหมายว่า คนเก่งระดับโลก)

หนึ่งปีต่อมา Hideyo ได้ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาโดยได้ทุนช่วยเหลือจากหมอชาวอเมริกาคนหนึ่ง
หลังจากนั้นผลงานของ Hideyo คนนี้นเป็นสิ่งที่น่าพิศวงใจ เขาได้พบเชื้อโลกหลายชนิดที่ทำให้เกิดโลกระบาดต่าง ๆ อย่างรวดเร็วติดต่อกัน เช่นเชื้อไข้เหลือง(Yellow fever)และชื้อซิฟิลิส เป็นต้น เพราะวิธีการวิจัยของเขาเป็นวิธีใหม่ที่เขาสร้างเอง และมีลักษณะพิเศษที่พบเชื้อโลกได้เร็วมาก ในคณะที่นักวิจัยคนอื่นทั่วโลกได้หาทั้งนานแล้วไม่เคยพบ Hideyo รักคุณแม่มากซึ่งคุณแม่เป็นผู้ที่สนับสนุนให้เขาตั้งใจศึกษาอย่างเต็มที่ เขาพยายามส่งเงินและติดต่อแม่จากอเมริกาตลอด Hideyo มีภรรยาเป็นชาวอเมริกาและได้อยู่ที่สหรัฐอเมริกานานเป็น 30 ปี แต่ไม่มีลูก ชอบแต่ทำงานหนักอย่างเดียว แต่ภรรยาก็เข้าใจเขาดีและได้ช่วยงานเขา Hideyo เสียชีวิตโดยเชื้อโลกที่เขาพบเอง(Yellow fever) ที่ประเทศ Ghana ในแอฟริกาเมื่อปี พ.ศ.2471

ธนบัตร 5000 เยน

ธนบัตรญี่ปุ่น

Ichiyou Higuchi

นักประพันธ์เรื่องนวนิยายและกวีกลอนญี่ปุ่นหญิงชื่อดังที่สุดในสมัย Meiji
Ichiyou (ชื่อนี้เป็นนามปากกา ชื่อจริงชื่อ Natsu) เกิดที่ Tokyo เมื่อปี พ.ศ.2415 ในครอบครัวอดีด Samurai ที่ค่อนข้างยากจน ตั้งแต่เด็ก Natsu เป็นเด็กที่เรียนเก่งมากซึ่งพ่ออยากให้ลูกสาวไปเรียนต่อ แต่แม่ไม่ชอบให้ผู้หญิงเรียนสูง Natsu จึงต้องหักใจไม่เรียนต่อ และได้เข้าสมาคมการสตรีซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้หญิงสมัยนั้นเรียนการวางตัวการบ้านหลายอย่างเพื่อจะเป็นแม่บ้าน ตอนอายุ 17ปี พี่ชายและพ่อเสียชีวิตติดต่อกัน ซึ่ง Natsu ต้องเป็นคนที่ทำงานเลี้ยงครอบครัว ตอนแรกก็ทำงานรับจ้างซักผ้าตัดเสื้อแต่ลำบากมากจนมีหนี้สินเยอะและต้องอยู่ในย่านสลัม ตอนก่อนอายุ 20 ปีเริ่มเขียนเรื่องนวนิยายเพราะเห็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันได้เป็นนักประพันธ์ที่ขายดี แต่ผลการเขียนของ Natsu ตอนแรกขายไม่ออกเลย แถมเริ่มคบกับนักประพันธ์ผู้ชายที่เกเรเจ้าชู้คนหนึ่งซึ่งคล้ายกับว่าโดนหลอก ในตอนเดียกัน Natsu ก็ได้เริ่มสอนเกี่ยวกับเรื่อง Genji Monogatari นั้นให้กับสตรีชั้นสูงเป็นงานเสริมเพราะมีความรู้ด้านอักษรศาสตร์มาก ตอนอายุ 22~23ปี เรื่องนวนิยายของเธอเริ่มขายได้ดีขึ้นแต่ยังไม่ถึงกับว่าเลี้ยงครอบครัวได้ดีพอ แต่ก็เริ่มมีคนที่รู้ถึงพรสวรรค์ของเธอจึงมีเพื่อนที่เข้าใจกันดีมากขึ้น

ตอนอายุ 24ปี Natsu เอาเรื่องนวนิยาย Takekurabe ซึ่งเป็นเรื่องเดิมที่เคยเขียนมาก่อน มาแก้ไขปรับปรุง แล้วนำไปลงในนิตยสารฉบับหนึ่ง ได้รับการสรรเสริญแบบสุดยอดจากนักประพันธ์ชื่อดังของสมัยนั้นหลายคน เช่น Ougai Mori และ Rohan Kouda ซึ่งในปัจจุบันก็ยังนับเป็นนักประพันธ์คนสำคัญ ซึ่ง Natsu (Ichiyou) ไดขึ้นบนเวทีของสังคมบันเทิงทันทีและมีบริษัทหนังสือหลายบริษัทมาแย่งขอให้เขียนเรื่อง แต่ Ichiyou ไม่รู้ว่าตอนนั้นเธอเป็นวัณโรคร้ายแรงขั้นสุดท้ายแล้ว ชีวิตที่เป็นนักประพันธ์ดัง ๆ อันน่าภูมิใจของเธอต้องจบลงไม่ถึงปีจากนั้น

Ichiyou เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2439 ตอนอายุเพียง 24 ปีเอง นักประพันธ์ดัง ๆ ของสมัยนั้นหลายคนแสดงความเสียใจอย่างมากและขอเข้าร่วมพิธีงานศพของเธอ แต่แม่ของเธอปฏิเสธหมดเพราะว่าจนมากและไม่มีเงินที่จะจัดงานศพดี ๆ ให้กับลูกสาว ผลงานของ Ichiyou คนนี้เป็นเรื่องที่มีไฟแรงสดใสของชีวิตเยาวชน และทำให้คนญี่ปุ่นวัยเดียวกันประทับใจมากมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ อีกอย่างหนึ่งประวัติชีวิตของ Ichiyou เองก็เหมือนเป็นเรื่องประพันธ์อันที่น่าประทับใจอีก จนสมัยนี้ก็ยังมีคนญี่ปุ่นที่เป็นแฟนของคนนี้ไม่น้อยทีเดียว

ธนบัตร 10000 เยน

ธนบัตรญี่ปุ่น
Yukichi Fukuzawa

นักวิจารณ์และปฎิวัติด้านการศึกษาหลายด้านของสมัย Edo ตอนสุดท้ายและสมัย Meji ตอนต้น เกิดที่บ้าน Samurai ระดับปานกลางของเมือง Osaka เมื่อปี พ.ศ.2378 สมัยนั้นประเทศญี่ปุ่นยังเป็นสมัย Edo ซึ่งยังไม่มีมหาวิทยาลัยสักแห่งในประเทศ Yukichi จึงได้ไปเรียนวิชาแพทย์ทางตะวันตก (Rangaku) ที่เมือง Nagasaki (ในสมัย Edo ประเทศญี่ปุ่นปิดประเทศอยู่ และเมือง Nagasaki เป็นเมืองแห่งเดียวในประเทศที่รัฐบาล Edo อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาติดต่อได้ ซึ่งวัฒนธรรมและสิ่งต่าง ๆ ของต่างประเทศก็ได้เข้ามาถึงประเทศญี่ปุ่นที่เมือง Nagasaki นั้นหมด)

หลังจากกลับมาที่ Osaka แล้ว Yukichi ได้เริ่มทำงานในสังคม Samurai แต่มีความอยากที่จะเรียนหนังสือต่ออย่างมาก จนลาออกจากตำแหน่ง Samurai โดยขัดแย้งกับทางบ้าน(แต่มีคนหนึ่งสนับสนุนเขาอยู่คนเดียว คือคุณแม่เขา) และเริ่มเรียนวิชาใหม่ ๆ ของสมัยนั้นที่ค่อย ๆ เข้ามาจากต่างประเทศ หลังจากได้รู้ถึงว่าประเทศญี่ปุ่นล้าสมัยในโลกไปแล้ว เขาก็ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง และอ่านหนังสือของต่างประเทศเป็นร้อย ๆ เล่ม เนื่องจากว่า Yukichi มีความรู้ด้านวิชาการและภาษาของต่างประเทศอย่างมาก เขาจึงได้เป็นสมาชิกคณะผู้แทนประเทศญี่ปุ่นที่รัฐบาล Edo ส่งไปทัศนศึกษาที่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและอเมริกา

Yukichi ได้เขียนหนังสือหลายเล่มที่แนะนำวิชาและเทคโนโลยีของต่างประเทศ และสนับสนุนการศึกษาให้ประชาชน เช่น Gakumon no susume (การแนะนำการศึกษา) เป็นต้น Yukichi ยังเป็นคนที่ได้ก่อตั้งโรงเรียนนานาวิชาต่างประเทศเอกชนแห่งแรก ซึ่งตอนหลังเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น (Keio University) นับตั้งแต่สมัยนั้นมาจนถึงปัจจุบัน คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่นับถือคนนี้มากในฐานะที่เป็น “พระเจ้าของการศึกษา” Yukichi เสียชีวิตเมื่อปีพ.ศ.2444

ธนบัตร 2000 เยน

ธนบัตรญี่ปุ่น
นักวิจัยอักษรศาสตร์ทั่วโลกหลายคนพูดถึงคนนี้ว่า เป็นนักประพันธ์เรื่องนวนิยายแบบ “สมัยใหม่” (Modern) คนแรกในประวัติศาสตร์โลก

ชื่อ Murasaki Shikibu นี้ไม่ใช่เป็นชื่อจริง คล้ายกับว่าเป็นชื่อเล่นหรือนามปากกา ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าชื่อจริงชื่ออะไร เพราะเป็นคนสมัยโบราณมากและในปัจจุบันมีข้อมูลรายละเอียดไม่มากนัก

Murasaki Shikibu เกิดเมื่อประมาณปี พ.ศ.1513 (ค.ศ. 970) เป็นลูกสาวคนที่สองในครอบครัวของข้าราชการปานกลางคนหนึ่งบริเวณเมือง Kyoto ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นอยู่ตอนเด็กของเธอไม่ค่อยมี แต่มีอยู่ว่าเป็นเด็กฉลาดมากเรียนหนังสือเก่งจึงทำให้พ่อบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นผู้ชาย ตอนเป็นสาว Murasaki Shikibu ได้เข้าไปทำงานในวังของคนชั้นสูงเชื้อสายจักรพรรดิคนหนึ่ง แต่ไม่ได้มีแฟนเป็นเวลานานมาก ซึ่งผู้หญิงญี่ปุ่นสมัยนั้นส่วนใหญ่แต่งงานกันตอนอายุไม่ถึง 20 ปี แต่กว่า Murasaki Shikibu จะสมรสกับชายคนหนึ่งที่มีอายุมากกว่าเธอ 17ปี ก็เป็นตอนที่ Murasaki Shikibu อายุประมาณ 27~28ปี แล้ว หลังจากแต่งงานแล้วปีกว่า ได้มีลูกสาวคนหนึ่ง แต่อีกปีหนึ่งต่อมา สามีเธอเสียชีวิตโดยโรคระบาด หลังจากนั้นเป็นต้นมาจนถึงสิ้นลมหายใจเมื่อตอนอายุประมาณ 42 ปี Murasaki Shikibu ก็ไม่ได้แต่งงานอีกและทำอย่างหนึ่งอย่างเดียว คือการประพันธ์เรื่องนวนิยายที่มีชื่อเสียง Genji Monogatari (เรื่องของGenji)