การอาบน้ำในประเทศญี่ปุ่น

ในเวลาตอนค่ำหรือก่อนนอน คนญี่ปุ่นก็จะชอบอาบน้ำกัน ซึ่งที่รู้จักกันดี ว่าจะแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ ชาวญี่ปุ่นโดยทั่วไปชอบการอาบน้ำกันเป็นพิเศษและการอาบน้ำเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อคนญี่ปุ่นไปเที่ยวหรือทำงานในต่างประเทศแล้ว สิ่งที่คนญี่ปุ่นมักจะคิดถึงมากที่สุด นอกจากอาหารญี่ปุ่น ก็คือ Ofuro (การอาบน้ำแบบญี่ปุ่น) นั่นเอง แม้ว่าเป็นคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยสนใจวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น กินแต่อาหารฝรั่ง ใส่แต่เสื้อยืด แต่ก็ยังชอบอาบน้ำแบบญี่ปุ่นกันมากกว่าแบบฝรั่ง เพราะว่าสำหรับชาวญี่ปุ่น การอาบน้ำไม่ใช่เป็นแค่การล้างตัวให้สะอาด แต่ยังเป็นการผ่อนคลายความเครียดและความเหนื่อยของทั้งร่างกายและจิตใจ โดยแช่น้ำอุ่นนาน ๆ สำหรับครอบครัวคนญี่ปุ่น การอาบน้ำยังเป็นโอกาสที่สื่อความสัมพันธ์ที่อบอุ่นของครอบครัวโดยแช่น้ำด้วยกัน และคุยกันในห้องอาบน้ำ

ลักษณะของห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่น

ลักษณะของห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่น
ห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่นโดยทั่วไปก็จะประกอบด้วยสองห้อง ซึ่งห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและห้องอาบน้ำ ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ามักจะมีอ่างล้างหน้า ซึ่งในตอนเช้า คนญี่ปุ่นก็จะล้างหน้าแปรงฟังอย่างเดียวและไม่อาบน้ำ บางคนก็ชอบอาบน้ำตอนเช้า(Asa-Buro) กันด้วย

ในห้องอาบน้ำจะมีอ่างอาบน้ำและที่ล้างตัวอยู่ข้าง ๆ อ่างอาบน้ำของญี่ปุ่นมีลักษณะคล้ายกับอ่างอาบน้ำแบบฝรั่ง ที่คุณก็คงเคยพบเห็นในโรงแรมต่างๆ แต่สำหรับอ่างอาบน้ำของญี่ปุ่นจะไม่กว้างหรือยาวเท่าของฝรั่ง และลึกกว่าเป็นสองเท่าด้วย ซึ่งผู้อาบน้ำจะไม่แช่น้ำแบบนอนแต่แช่ทั้งตัวได้แบบนั่ง อีกอย่างหนึ่งที่ต่างกับอ่างแบบฝรั่งก็คือ อ่างแบบญี่ปุ่นจะมีรูที่ถ่ายเทน้ำอุ่นที่ต่อกับเครื่องทำน้ำอุ่น เพราะคนญี่ปุ่นจะแช่ในน้ำอุ่นนานๆ และอากาศในฤดูหนาวก็หนาวมาก ซึ่งน้ำในอ่างอาบน้ำจะเย็นลงอย่างรวดเร็ว และต้องเผาไฟในเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อทำให้น้ำอุ่นเสมอ สำหรับที่ล้างตัวจะมีเก้าอี้อันเล็กเตี้ย ๆ วางอยู่ ซึ่งผู้อาบจะนั่งที่นั่นเมื่อล้างตัว นอกจากนี้ก็มีกะละมังเล็กๆ และ ที่ตักน้ำ มีกระจกอยู่ข้างหน้า ถ้าเป็นห้องอาบน้ำสมัยนี้ก็มักจะมีฝักบัวด้วยแต่ยังไม่ใช่ว่ามีทุกบ้าน

วิธีอาบน้ำแบบญี่ปุ่น
ไม่ว่าในบ้านหรือที่โรงแรมแบบญี่ปุ่นที่มีห้องอาบน้ำใหญ่ วิธีการอาบน้ำแบบญี่ปุ่นก็เหมือนกัน คุณก็จะถอดเสื้อผ้าที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน พอเข้าไปในห้องอาบน้ำ ก่อนจะเข้าไปแช่ในอ่าง คุณจำเป็นต้องล้างตัวให้สะอาดก่อน เพราะน้ำในอ่างอาบของญี่ปุ่นมีให้เพื่อแช่ร่างกายให้อุ่นเท่านั้น และห้ามใช้สบู่ล้างหรือถูตัวในอ่าง เพราะฉะนั้นน้ำในอ่างจะไม่เปลี่ยนตามผู้อาบและทุกคนจะต้องแช่น้ำเดียวกัน แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวก็ไม่ต้องล้างตัวนานๆก็ได้ แค่เอาน้ำอุ่นราดร่างกายให้ทั่วดีๆและล้างเฉพาะส่วนที่ควรล้างดีๆเท่านั้นก็พอ เพราะอากาศในฤดูหนาวที่ญี่ปุ่นจะหนาวสุด ๆ แบบร่างกายจะไม่มีเหงื่อเลยตลอดเวลา และถ้าล้างตัวนานๆก่อนการแช่ คงจะหนาวมากเกินไปจนไม่ไหวแน่นอน เมื่อล้างตัวเสร็จแล้วก็จะเข้าไปแช่ในอ่าง แต่ในฤดูหนาว คุณมักจะรู้สึกร้อนมากเหมือนกับว่าโดนลวก แต่อันนี้เพราะว่าร่างกายของเราถูกแช่เย็นมาในอากาศหนาวข้างนอก และความจริงน้ำในอ่างก็ไม่ร้อนเท่าที่รู้สึกตอนแรก คุณควรจะอดทนความร้อนไว้และค่อย ๆ เข้าไปแช่แต่ละนิดจะดีกว่า เดี๋ยวร่างกายก็จะค่อย ๆ ชินกับความร้อนของน้ำอุ่น ถ้าหากคุณเติมน้ำเย็นตามความรู้สึกตอนแรกแล้ว ตอนหลังคุณก็คงเริ่มรู้สึกว่าน้ำไม่อุ่นพอแน่นอน และทำให้เป็นหวัดได้เหมือนกัน

การอาบน้ำรวมกันของญี่ปุ่น

การอาบน้ำรวมกันของญี่ปุ่น
ที่ประเทศญี่ปุ่น นอกจากว่าอาบน้ำในบ้าน ยังมีสถานที่ที่อาบน้ำได้นอกบ้านหลายแห่ง ซึ่งตามปกติแล้ว การอาบน้ำนอกบ้านหมายถึงการอาบน้ำรวมกัน คนต่างชาติมักจะเข้าใจผิดกันว่า การอาบน้ำรวมคือการอาบน้ำรวมทั้งชายและหญิง แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ตามปกติการอาบน้ำรวมก็ต้องแบ่งแยกผู้ชายกับผู้หญิง ตอนนี้ห้องอาบน้ำแบบรวมทั้งชายและหญิงค่อนข้างหายาก มีเฉพาะที่น้ำพุร้อน(Onsen)บางแห่งเท่านั้น อย่างไรการอาบน้ำรวมเป็นสิ่งที่คนต่างชาติมักจะรู้สึกทำตามลำบากหน่อย คนฝรั่งจะทำได้ค่อนข้างสบาย แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีคนที่ไม่ค่อยยอมอาบน้ำรวมกันมากที่สุด

Onsen

น้ำพุร้อน (Onsen) ในญี่ปุ่น
สถานที่อาบน้ำรวมกันขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นที่ทุกคนคงรู้จักกันดี ก็คือน้ำพุร้อน(Onsen) ในประเทศญี่ปุ่นมีน้ำพุร้อนจำนวนมากกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ และคนญี่ปุ่นก็ชอบไปแช่น้ำพุร้อนกันมาก เพราะน้ำพุร้อนในประเทศญี่ปุ่นส่วนมากเป็นน้ำแร่ที่เกิดมาจากน้ำใต้ดินที่ผ่านส่วนความร้อนของหินแร่ต่างๆ ใกล้ภูเขาไฟ ซึ่งเป็นน้ำที่ดีต่อสุขภาพ อีกอย่างหนึ่งน้ำพุร้อนญี่ปุ่นมักจะอยู่ที่ภูเขาลึกๆ ซึ่งคนที่ไปแช่น้ำพุร้อนก็จะสัมผัสกับธรรมชาติทางภูเขาได้ดีเช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้น Onsen เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งสำหรับชาวญี่ปุ่น และบริษัททัวร์ของญี่ปุ่นก็มีทัวร์ที่จะพาไปที่น้ำพุร้อนเป็นกิจการใหญ่ ตามปกติที่น้ำพุร้อนจะมีหมู่บ้านหรือเมืองเล็กๆที่ตั้งขึ้นมาสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ (Onsen-gai) ตั้งแต่สมัยโบราณ และมีโรงแรมหลายแห่งที่มีห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ ซึ่งคนที่มาพักที่โรงแรมแบบนี้ก็ตั้งใจมาพักเพื่อจะแช่น้ำแร่ที่ห้องอาบน้ำในโรงแรม แต่สำหรับคนที่อยากจะแช่น้ำอย่างเดียว โรงแรมบางแห่งก็มีบริการให้ใช้ห้องแช่น้ำอย่างเดียวโดยจ่ายแต่ค่าแช่น้ำเท่านั้นและไม่ต้องเสียค่าพักที่โรงแรม หรือตามปกติในเมืองน้ำพุร้อนก็จะมีสถานที่อาบน้ำสาธารณะ(Koushuu Yokujou) ที่น้ำพุร้อนบางแห่งก็จะมีสระแช่น้ำแร่เล็กๆข้างนอกของอาคาร(Roten-buro) ซึ่งคนแช่น้ำก็สามารถชมวิวธรรมชาติรอบๆได้ด้วย

สำหรับชนิดของแร่ในน้ำพุร้อนญี่ปุ่นก็มีหลากหลายชนิด สีของน้ำแร่ก็มีหลายสี เช่นสีขาว สีแดง สีฟ้า แล้วแต่ชนิดของแร่ แต่แร่ที่พบทั่วไปมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก็คือ กำมะถัน สีน้ำก็จะออกสีฟ้า และมีกลิ่นแรงหน่อย แต่ดีต่อสุขภาพร่างกาย การแช่ในน้ำแร่ยังช่วยรักษาโรคได้หลายอย่าง น้ำแร่บางอย่าง จะสามารถดื่มเป็นยาได้ด้วย ซึ่งน้ำพุร้อนบางแห่งจะมีสถานที่รักษาโรคโดยแช่น้ำแร่(Toujiba) หรือมีโรงแรมสำหรับคนที่ต้องการรักษาโรคโดยแช่น้ำแร่ ซึ่งคนแบบนี้จะพักอยู่ที่โรงแรมนานๆเป็นเดือน ชาวญี่ปุ่นรักการแช่น้ำแร่ที่ Onsen กันมากๆ ซึ่งคนญี่ปุ่นหลายคนต้องการแช่น้ำแร่ที่ห้องอาบน้ำที่บ้านของตัวเองด้วย ซึ่งในตลาด คุณก็หาซื้อผงน้ำแร่สำหรับอ่างอาบน้ำที่บ้าน(Nyuu-yoku zai)ได้ทั่วประเทศ หรืคอนโดมิเนี่ยม บางแห่งจะมีระบบขุดน้ำแร่จากใต้ดินลึกๆและส่งไปให้ทุกบ้านเพื่อการแช่ด้วย

ร้านอาบน้ำรวม (Sentou)
สถานที่อาบน้ำรวมกันอีกอย่างหนึ่ง ที่คุณคงเห็นบ่อยในเมืองใหญ่ ก็คือ ร้านอาบน้ำรวม(Sentou) ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีอ่างอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ และคนที่ไม่มีห้องอาบน้ำที่บ้าน หรือคนที่ชอบแช่น้ำที่อ่างอาบน้ำใหญ่ก็จะไปที่นั่นเพื่อจะอาบน้ำอย่างเดียว Sentou ยังเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนพบกันทักทายกันและคุยกันสนุกสนานในขณะอาบน้ำ ร้าน Sentou มีมานานตั้งแต่สมัย Edo ประมาณ 250 ปีที่แล้ว และเป็นสถานที่คนในชุมชนรวมตัวกันอาบน้ำพักผ่อนกัน สมัยนี้บ้านคนญี่ปุ่นเกือบทุกบ้านมีห้องอาบน้ำส่วนตัว และร้าน Sentou ก็มีน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีร้านแบบใหม่สร้างขึ้นมา ที่มีอ่างอาบน้ำพิเศษอย่างเช่น อ่างที่มีฟองอากาศ อ่างที่มีสมุนไพร ฯลฯ