มีลูกอ่อนก็เที่ยวญี่ปุ่นได้

เป็นเหมือนกันหรือเปล่า อยากเที่ยวแต่ติดว่ามีลูกอ่อน! หรือจะรอให้ลูกโตก่อนดีนะ? อย่าได้รีรอค่ะ ตั๋วถูกไม่ได้มีกันบ่อย ๆ อายุก็เพิ่มขึ้นทุกปีสวนทางกับร่างกายที่แก่ลงเรื่อย ๆ วันนี้แม่บ้านเมกุโระมีเทคนิคการพาลูกอ่อนมาเที่ยวญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นปัญหามาฝากค่ะ

ก่อนเดินทางเตรียมตัวให้พร้อม

เริ่มจากเตรียมเสื้อผ้าของลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศที่ญี่ปุ่นในช่วงเวลาที่เดินทางและวางแผนการเดินทางค่ะ อันนี้คงจะแตกต่างกันไปแล้วแต่คน แต่ส่วนใหญ่เวลาคนไทยมาญี่ปุ่นก็มักจะเผื่อให้อุ่น ๆ เอาไว้ก่อนค่ะ และอย่าลืมเช็คว่าจะไปเมืองไหนบ้างนะคะ เพราะสภาพนั้นอาจต่างกันมากมายเลยค่ะ อย่างเช่นช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ฟุกุโอกะเริ่มอบอุ่น มีอุณหภูมิราวๆ 7~15 องศา แต่ถ้าไปซัปโปโรละก็ จะยังมีติดลบซัก -5 ให้เห็นอยู่เป็นบางวันค่ะ

สำหรับเครื่องบินนั้น คุณหมอที่ญี่ปุ่นแนะนำมาว่าทารกตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ไม่มีปัญหาค่ะ แน่นอนว่าผู้ปกครองจะต้องเตรียมเอกสารหรือทำพาสปอร์ตให้ลูกน้อยก่อนเดินทางนะ ส่วนค่าโดยสารโดยสารการบินโลว์คอสส่วนใหญ่จะไม่เสียเพิ่มค่ะ (ในกรณีลูกนั่งตักแม่และอายุไม่เกินตามที่สายการบินกำหนด) ส่วนสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสอาจจะต้องเสียค่าโดยสารเพิ่ม 10% ค่ะ ซึ่งก่อนเดินทางต้องเช็คกับสายการบินว่ามีเงื่อนไขอย่างไร เตรียมตัวก่อนไว้ด้วยนะคะ

สิ่งสำคัญอื่น ๆ เช่นวิธีไม่ให้ลูกร้องบนเครื่องเนื่องจากปวดหู อย่างการให้ดื่มนมเมื่อเทคออฟและแลนด์ดิ้งก็สำคัญเช่นกันค่ะ หรือแม้แต่การใส่ใจคนรอบข้าง ถ้าเตรียมที่อุดหูเผื่อผู้โดยสารที่นั่งรอบ ๆ และขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ แทนคำขอโทษไว้ด้วยก็ดีนะคะ

รถเข็นเด็กก็ไม่มีปัญหา

ที่ญี่ปุ่นสามารถนำรถเข็นเด็กไปเที่ยวได้โดยไม่เป็นภาระค่ะ เพราะประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีทางเท้าที่ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก พื้นที่มีระนาบต่อเนื่อง ทำให้ทางเท้าและถนนไม่สะดุดล้อเมื่อต้องใช้รถเข็นเด็ก และเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นสังคมสูงวัยทำให้พื้นที่สาธารณะส่วนใหญ่จะต้องสามารถอำนวยความสะดวกให้กับคนทุกช่วงอายุได้ เพราะฉะนั้นตามห้างร้าน อาคารพาณิชย์ หรือสถานีรถไฟ จึงมีลิฟท์ให้บริการเกือบทุกที่ จะเที่ยวพร้อมรถเข็นเด็กก็ไม่มีปัญหา

เทคนิคขึ้นรถไฟพร้อมรถเข็นเด็ก

สิ่งแรกที่อยากบอกคือ ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีคนพลุกพล่านหนาแน่น อย่างเวลาเข้า-ออกงานช่วงเช้าและเย็นของคนญี่ปุ่น ใครที่ไปเที่ยว เช้าลองออกจากโรงแรมสาย ๆ หน่อย เย็นก็กลับโรงแรมช้าหน่อย จะได้หลบชาวซาลารี่แมนญี่ปุ่นค่ะ

และที่สำคัญ แนะนำให้ขึ้นตู้ขบวนที่มีสัญลักษณ์สำหรับคนพิการ เพราะรถไฟตู้นี้จะมีพื้นที่ว่างที่ไม่มีเบาะนั่งเว้นเอาไว้ ให้เราสามารถนำรถเข็นเด็กขึ้นรถไฟได้โดยไม่เกะกะหรือรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นค่ะ หรือถ้าใช้เป้อุ้มลูกก็สามารถขึ้นช่องมีสัญลักษณ์ที่นั่งพิเศษ (priority seat) สำหรับคนท้อง ผู้ที่มีลูกอ่อน คนชรา ให้นั่งได้ไม่เมื่อยค่ะ

ขึ้นมาแล้วจะเป็นที่โล่งแบบนี้ค่ะ เว้นไว้เพื่อรถเข็นผู้พิการหรือรถเข็นเด็กโดยเฉพาะ คนทั่วไปเวลาปกติจะยืนก็ได้ แต่ถ้ามีใครเข็นเด็กมาอย่าลืมหลบให้นะคะ

มาญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องแช่ออนเซ็นสิ!

สำหรับครอบครัวที่มีลูกอ่อนแต่อยากแช่ออนเซ็นขอแนะนำให้จองหรือใช้บริการออนเซ็นที่มีห้องส่วนตัวค่ะ ซึ่งจะเป็นห้องเดี่ยวที่มีออนเซ็นแยกบ่อเป็นส่วนตัวและสามารถผลัดเปลี่ยนกันดูลูกและแช่ออนเซ็นได้โดยไม่รบกวนคนอื่นอีกด้วยค่ะ ที่แม่บ้านเมกุโระเคยใช้บริการที่ฮาโกเนะตกราคา 5,000 เยน 1 ชั่วโมง ในห้องมีขนมและของใช้ต่าง ๆ อย่างผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพู หวี ไดร์เป่าผมครบครันไม่ต่างจากออนเซ็นรวมเลย